วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551

การสลายไขมัน

การสลายไขมัน
คนส่วนใหญ่ ยอมรับว่า การออกกำลังการ ร่วมกับการรับประทานอาหาร ที่มีไขมันต่ำ ไฟเบอร์สูง จะเป็นสูตรสำเร็จ ของการรักษาสุขภาพที่ดี
การออกกำลังกาย มีความสำคัญมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการควบคุมน้ำหนัก เพราะพลังงาน ที่เราใช้ในช่วงปกติ เป็นผลจากการทำงานของ กล้ามเนื้อต่างๆ ทั้งยังมีแนวโนัมว่า กล้ามเนื้อเราจะอ่อนล้าหย่อนยาน และมีการสะสมมากขึ้น ของไขมันเมื่ออายุเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อของเรา ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปตามอายุ เราจึงยังสามารถรักษา หรือ ควบคุมได้ด้วย การออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะพบได้ว่า การบริโภคอาหารไขมันต่ำ ไฟเบอร์สูง จะช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย แม้ในคนปกติ เหตุผลเป็นเพราะ เราทำให้เกิดสมดุล ระหว่างความรู้สึกถึงใจ กับความอิ่มท้อง เป้นที่รู้กันว่า เราสามารถจะบริโภคไขมันมากเกินความต้องการ ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกอิ่มเสียอีก และโดยเฉพาะเมื่อทราบว่า ไขมันมีแคลอรี่สูงกว่า คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน ถึง 2 เท่า การรับประทานอาหาร ที่มีไฟเบอร์สูง ไขมันต่ำ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้อิ่มอย่างได้สมดุล แต่ยังมีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิด มะเร็งหลายชนิดด้วย
การออกกำลังกาย ร่วมกับ การรับประทานอาหารไฟเบอร์สูง ไขมันต่ำ จะเป็นสูตรสำเร็จ ที่น่าจะได้ผลดีในทางทฤษฎี แต่ก็พบว่าในทางหฏิบัติ มีความแตกต่างไป ทั้งนี้เป็นเพราะการดำเนินชีวิต และความสะดวก ในการบริโภคประจำวัน มีส่วนเบี่ยงเบน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างเช่น การที่มีคอมพิวเตอร์ กระเป๋าหิ้ว ทำให้ต้องเดินน้อยลง ในระหว่างการทำงาน แม้ว่าพยายามชดเชยด้วยการรับประทานอาหารกลางวัน ที่มีแคลอรี่ต่ำ แต่ก็ยังไม่ช่วยสมดุลมากนัก และน้ำหนักก็ยังกลับเพิ่มขึ้นอีกขั้นตอน การย่อยสลายไขมัน
1.การย่อยสลายอาหาร ให้แตกตัวในกระเพาะอาหาร
2.การย่อยด้วยน้ำย่อยไขมัน (lipolysis) ให้กลายเป็น กรดไขมันที่เล็กลง (Free Fatty Acid) และเบตาโมโนกลีเซอไรด์ (b-MGs)
3.การจับตัวกับน้ำดีกลายเป็น อนูเล็กๆ ของไขมัน ที่ละลายน้ำ และพร้อมจะถูกดูดซึม
4.การดูดซึมผ่านผนังลำไส้ดังนั้นหากเราสามารถ จัดการกับไขมันได้ก่อน ที่มันจะถูกดูดซึมเข้าร่างกาย จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ และทรมานน้อยกว่าอย่างมาก สิ่งที่เราต้องการที่แทัจริงแล้วคือ สิ่งที่สามารถป้องกัน ยับยั้งการดูดซึมของไขมันโชคดี ที่การวิจัยชั้นเยี่ยมในเรื่องของการลดน้ำหนัก ได้ช่วยให้เราค้นพบว่า การเสริมด้วยโภชนาการ หรืออาหารเสริมบางชนิด จะช่วยยับยั้งการได้รับไขมันเพิ่มขึ้น และเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกายด้วย สำหรับคนที่กำลังไม่สบาย จากความไม่สมดุลของไขในในร่างกาย หรือภาวะที่ร่างกายสะสมไขมัน มากกว่าที่นำไปใช้ มันมักจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายทีเดียว ที่จะต้องพยายามป้องกันรักษาสุขภาพของเส้นเลือดและหัวใจส่วนใหญ่การลดน้ำหนัก มักมุ่งไปที่ การพยายามแก้ปัญหา หลังจากที่มีการสะสมไขมันเข้าไปแล้ว แม้จะทราบว่า อาหารใดที่มีไขมันมาก เราก็ยังอดไม่ได้ที่จะรับประทาน และ ก็ต้องมาพยายามหาวิธี ขจัดไขมันออกในภายหลังอันที่จริงแล้ว คำกล่าวที่ว่า "An ounce of prevention is worth a pound of cure" หรือ ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ควรถูกนำมาพิจารณาอย่างยิ่ง มันจะง่ายกว่ามาก หากมีวิธีป้องกัน ไม่ให้ไขมัน เข้าไปสะสมในร่างกาย ง่ายและปลอดภัย กว่าการที่จะพยายามมาขจัดออกในภายหลัง

การออกกำลัง-การฝึกหายใจในความดันโลหิตสูง

การออกกำลัง-การฝึกหายใจในความดันโลหิตสูง
โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยในคนไทย การตรวจโรคนี้ตรวจพบได้ง่าย ไม่ต้องเจาะเลือด ไม่ต้องเอกซเรย์ เพียงแค่ใช้เครื่องมือวัดความดันโลหิตก็จะทราบผลได้ แต่น่าแปลกที่คนไทยจำนวนไม่น้อยกลับเพิ่งรู้ตัวว่ามีภาวะความดันโลหิตสูง เมื่อมีอาการมากแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความไม่เอาใจใส่สุขภาพของตนเองเท่าใดนัก ได้เคยมีรายงานการวิจัยพบว่า คนที่ออกกำลังกายประจำจะมีภาวะความดันโลหิตสูงน้อยกว่าคนที่ทำงานเบาและไม่ออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นท่านจะสามารถสรุปได้ว่าการป้องกันไม่ให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงนั้น หนทางหนึ่งที่ทำได้ ก็คือ การออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันสำหรับผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง ก็สามารถใช้ การออกกำลังกายเป็นหนทางเยียวยาโรคได้เช่นกัน การออกกำลังกายควรจะเริ่มทีละน้อยก่อน แล้วจึงเริ่มเพิ่มขึ้นเพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว การออกกำลังกายที่ควรนำมาใช้ได้แก่ การเดินเล่น การวิ่งเหยาะ เล่นกีฬาเบาๆ หรือการทำงานบ้านเบาๆ ไม่จำเจ ไม่เครียด และไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ หรือประเภทต้องกลั้นลมหายใจและออกแรงเบ่ง เช่น การยกน้ำหนัก ชักเย่อ วิดพื้น เป็นต้น หากต้องการออกกำลังกายผู้ป่วยต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม สำหรับร่างกายของตนเอง การฝึกหายใจ นับเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความดันโลหิตได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถกระทำได้ หลายวิธีด้วยกัน ไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งเสมอไป วิธีการฝึกหายใจที่ทั่วไปใช้ น่าจะลองกันดูก็คือ ให้เริ่มด้วยการฝึกด้วยการนอนหงาย ชันเข่าขึ้น ใช้หมอนรองศีรษะ แล้วห่อไหล่เอาไว้ ปล่อยตัวตามสบายหายใจช้าๆ ลึกๆ เข้าออกทางจมูกเพียงอย่างเดียว โดยการฝึกสูดหายใจเข้าปอดนี้จะต้อง สูดหายใจเข้าให้เต็มปอดอย่างช้าๆ นับช้าๆ ไปพร้อมกับการสูดหายใจเข้าไปให้ได้ประมาณ 4-5 ครั้ง หลังจากนั้นก็ให้กลั้นหายใจนิ่งอยู่ซัก 1-2 วินาที จึงค่อยๆ หายใจออกอย่างช้าๆ พร้อมกับการนับ เช่นเดียวกับการหายใจเข้าและออกเช่นนี้ติดต่อกันสักประมาณ 10-15 ครั้ง ก็จะช่วยทำให้ระบบการหายใจ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีผลในการลดความดันโลหิตไปด้วยในตัว การฝึกหายใจอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆ คือ ให้ยืนตรงหายใจเข้าทางจมูกให้เต็มที่พร้อมๆ กับ การเอนตัวไปทางขวาอย่างช้าๆ ให้มือขวาไต่ไปตามขาขวาด้านนอก ส่วนมือซ้าย ก็ให้ยกตรงสูงเหนือศีรษะ แล้วเปลี่ยนเป็นหายใจออกในขณะเอนตัวกลับไปทางซ้าย โดยให้มือซ้ายไต่ลงตามขาซ้ายด้านนอก ส่วนมือขวายกขึ้นตรงเหนือศีรษะ ทำท่านี้ติดต่อกัน 10 ครั้งแล้วสลับท่าใหม่โดยหายใจเข้าเอนตัวทางซ้าย แล้วหายใจออกเอนตัวทางขวาทำติดต่อกัน 10 ครั้งเช่นกัน การฝึกท่านี้ช่วยเพิ่มการขยายตัว ของด้านข้างบริเวณช่องอกซึ่งก็เท่ากับว่า เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผ่อนลมออกจากปอด และกระตุ้นอาการบีบตัวไล่ลมออกจากปอดอีกด้วย
น.พ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์
แหล่งที่มา หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

การออกกำลังกายสำหรับผู้เริ่มต้น

การออกกำลังการสำหรับผู้เริ่มต้น
การออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ เป็นกลวิธีหนึ่งที่จะนำไปสู่การมีสุขภาพดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันโรค การบำบัดรักกษาโรค การฟื้นฟูสภาพร่างกายเท่านั้น ยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่น ๆ ที่ร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายระหว่างสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน
การออกกำลังกายจะต้องทำด้วยความเต็มใจ สนุกและพึงพอใจ ถุ้าคิดจะเริ่มต้นออกกำลังกายต้องสำรวจดูอุปสรรค ข้อจำกัด แล้วแก้ไขสุขภาพร่างกายให้พร้อมที่จะฝึกเสียก่อน
ประการแรก ถ้าน้ำหนักตัวมากจะต้องลดน้ำหนักตัว จำกัดอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาลและไขมันให้น้อยลง กินอาหารที่มีกาก เส้นใย กินผักและผลไม้แทนอาหารหวานและอาหารไขมัน
ประการสองถ้าเจ็บป่วยอยู่รักษาอาการป่วยให้ทุเลาลง เพราะอาการป่วยบางอย่างจะทุเลาลงได้ด้วยการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี เช่นผู้ป่วยเบาหวาน โรคไขข้ออักเสบ โดยปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย
ประการที่สาม ออกกำลังกายด้วยวิธีง่าย ๆ สะดอก ไม่ต้องใช้เงินซื้ออุปกรณ์ราคาแพง ไม่ต้องเช่าสนามเล่นได้แม้ที่บ้านประการที่สี่ จัดเวลาให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน เช่น จันทร์ พุธ ศุกร์ หรืออังคาร พฟหัสบดี เสาร์ เวลาอาจะเป็นช่วย 06.00-06.30 น. หรือ 18.30 -19.00 น. หรือเวลาที่เป็นช่วงประจำที่เหมาะสมที่สุด
ประการสุดท้าย หาความรู้เรื่องราวการออกกำลังการด้วยหนังสือ ตำรา วิทยุ เพื่อเป็นแนวทางในการฝึกที่ถูกต้อง หรือสอบถามจากผู้รู้ ออกกำลังกายด้วยวิธีง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะชั้นสูง การออกกำลังกายที่บ้านจะสะดวกสบาย ง่าย ประหยัด ประยุกต์ให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน สามารถเลือกกิจกรรมได้หลายอย่าง เช่น กายบริหาร แอโรบิคแดนซ์ กระโดดเชือก เดินเร็ว จะฝึกกิจกรรมใดก็ได้แต่ควรจะเริ่มจากเบาหรือน้อยไปก่อน แล้วเพิ่มความหนักของการฝึก ฝึกกล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ ๆ ฝึกเหยียดหรือยือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และมีการฝึกความอดทนให้หัวใจมีความสามารถในการทำงานได้มากขึ้น ใข้เวลาในการฝึกวันละ 30 นาที เช่น กายบริหาร เดินเร็ว และการบริหารผ่อนคลายร่างกาย ซึ่งถ้าได้ฝึกจนเป็นนิสัยจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพในทางที่ดีขึ้น
เมื่อพูดถึงการออกกำลังกายในปัจจุบันเราได้หันมาให้ความสำคัญกันมากขึ้น เพราะได้เห็นทั้งประโยชน์ของการออกกำลังการและโทษของการขาดการออกกำลังกาย การออกกำลังกายและโทษของการการขาดออกกำลังกาย การออกกำลังกาย ซึ่งถ้าได้ฝึกจนเป็นนิสัยจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพในทางที่ดีขึ้น
เมื่อพูดถึงการออกกำลังกายในปัจจุบัน เราได้หันมาให้ความสำคัญกันมากขึ้น เพราะได้เห็นทั้งประโยชน์ของการออกกำลังการและโทษของการขาดการออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นวิธีการทางธรรมชาติ ส่งผลให้อวัยวะของร่างกายมีการเจริญเติบโต แข็งแรงสมบูรณ์ ช่วยชะลอการเสื่อมโทรมต่ออวัยวะต่าง ๆ การขาดการเคลือนไหวออกกำลังการเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด บางคนใช้การเคลือนไหวออกกำลังกายในการรักษาและฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยเรื้อรังที่เกิดจากการเคลื่อนไหวน้อย ลดความเสี่ยงจากการตายก่อนวัยอันสมควร ลดความเครียดและอาการซึมเศร้า ช่วยควบคุมน้ำหนัก เสริมสร้างและดำรงไว้ซึ่งความแข็งแรงของกระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อ เสริมสร้างความแข็งแรงในผู้สูงอายุ ทำให้เคลือนไหวได้ดี ไม่ผลัดตกหกล้ม และทำให้จิตใจสบายแจ่มใส การเคลื่อนไหวออกกำลังกายเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากน้อยแตกต่างกันไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระดับปริมาณหรือการเคลื่อนไหว และสภาวะของแต่ละคนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพที่พอเหมาะพอควร ทำให้มีการเผาผลาญพลังงานปานกลาง หรือเคลื่อนไหวออกกำลังการด้วยความแรงระดับกลางให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ทั้งที่เป็นแบบเป็นแผนหรือกิจกกรมในวิถีชีวิต เสริมด้วยการยึดเหนี่ยวและสร้างความแข็งแรง ทนทานของกล้ามเนื้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสนใจ ความต้องการและสภาพร่างกายของแต่ละคน ตราบใดที่บุคคลนั้น มีการเคลื่อนไหวออกกำลังการอย่างสม่ำเสมอแล้ว ย่อมไม่มีวิธีการใดที่ดีกว่าหรือด้อยกว่ากัน
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์

การออกกำลังกายลดความอ้วน

การออกกำลังกายลดความอ้วน
การออกกำลังกายเฉพาะส่วนเพื่อเผาผลาญไขมันปรับเปลี่ยน เป็นกล้ามเนื้อให้ร่างกายฟิตและเฟิร์มยิ่งขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญ ขอนำเสนอ ท่ากายบริหารเฉพาะบริหารหน้าท้อง ดังนี้
ท่าที่ 1 กล้ามเนื้อท้องรวม ท่าเตรียมพร้อม นอนหงายกับพื้น มือประสานไว้ที่ท้ายทอย งอเข่าเล็กน้อย ยกศีรษะขึ้นในมุมประมาณ 40 องศากับพื้น โดยอาศัยแรงยกจากลำตัวบนและไหล่ทั้งสองข้าง โดยมือควรจะกางออกตึงไว้ แต่ไม่ใช่ห่อ และออกแรงดันศีรษะ เพราะจะทำให้เกิดอาการปวดคอ คอเคล็ดตามมาได้ง่าย
ท่าที่ 2 กล้ามเนื้อท้องด้านบน นอนราบกับพื้น ขายกตั้งฉาก ใช้ช่วงน่องไขว้กัน เพื่อเพิ่มความหนักเวลายกตัวขึ้น มือประสานกันที่ท้าทอย ยกศีรษะขึ้นโดยอาศัยแรงยกจากลำตัวบนและไหล่ทั้งสองข้าง โดยมือคอยประคองศีรษะเอาไว้
ท่าที่ 3 กล้ามเนื้อท้องด้านข้าง นอนราบกับพื้น โดยยกเข่าข้างซ้ายขึ้นและพับขาขวาแนวนอนขัดกัน มือประสานกันไว้ที่ท้ายทอย ยกศีรษะขึ้นโดยอาศัยแรงยกจากลำตัวบนและไหล่ทั้งสองข้าง โดยมือคอยประคองศีรษะเอาไว้ ซึ่งท่านี้จะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านซ้าย และทำท่าเดิม แต่ยกเข่าขวาขึ้นและพับขาซ้ายสลับข้างกันกับตอนแรก เพื่อบริหารกล้ามเนื้อด้านขวา
ท่าที่ 4 กล้ามเนื้อท้องน้อย นอนราบกับพื้น พับขาให้ปลอดภัยบรรจบกัน มือประสานกันรองไว้ที่ท้ายทอย ยกศีรษะขึ้นโดยอาศัยแรงยกจากลำตัวบนและไหล่ทั้ง 2 ข้าง โดยมือคอยประคองศีรษะเอาไว้
ท่าที่ 5 กล้ามเนื้อท้องส่วนล่าง นอนราบกับพื้น ขาเหยียดตรง มือสองข้างวางราบกับพื้น รองใต้สะโพกเพื่อรับน้ำหนักให้ส่วนหลัง เกร็งขาไว้และยกขึ้นตั้งฉาก ค้างไว้นับ 1-10 แล้วเหยียดกลับไปท่าเดิม
ท่าที่ 6 กล้ามเนื้อท้องด้านบนและล่าง นอนราบกับพื้น มือขวารองไว้ที่ท้ายทอยเพื่อพยุงศีรษะ มืออีกข้างเหยียดตรงตั้งฉากกับลำตัว ยกเข่าด้านขวาให้ตั้งขึ้น และยกขาซ้ายพาดคล้ายท่าไขว่ห้าง ใช้กำลังที่หัวไหล่ขวาและหลังยกตัวเฉียงขึ้น ให้ข้อศอกแทบจรดเข่าซ้าย ทำท่าเดิม แต่เปลี่ยนจากใช้มือขวารองและเข่าขวาตั้ง เป็นมือและเข่าซ้ายแทนเพื่อบริหารกล้ามเนื้อด้านตรงข้าม แต่ละท่าควรทำซ้ำท่าละ 20 ครั้ง หากเป็นท่าที่ต้องสลับข้าง ให้ทำข้างละ 20 ครั้ง ใช้เวลาในการทำประมาณครึ่งชั่วโมง นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดหน้าท้องแล้ว ยังช่วยลดปัญหาอาการปวดหลัง ปวดตามตัวได้อีกด้วย

การออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนักสำคัญอย่างไร


การออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนักสำคัญอย่างไร
แน่นอนที่การออกกำลังต้องไปด้วยกันกับการควบคุมน้ำหนัก วิธีออกกำลังที่ได้ผลที่สุดคือ เดินเร็วในจังหวะเดิน ๆ หยุด ๆ 10-20 นาที ด้วยระดับย่างก้าวทีเร็วขึ้นปานกลาง ทำ 3 ครั้งต่อสัปดาห์หรืออย่างน้อย 30 นาที ผลการวิจัยยังแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ล้างรถ หรือถูบ้านก็ได้ผลดีเช่นเดียวกัน ผิดทั้งเพ…. อย่าไปเชื่อที่คนเขาว่า น้ำหนักที่หายไปจากการไดเอ็ทจะไม่กลับมาอีก ค้าคุณเชื่อตามนี้โอกาสที่จะปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้กลับมามีนิสัยการกินแบบเดิมก็มีสูงมาก และอีกความเชี่อที่ผิดคือ คุณสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 1 เดือน ในความเป็นจริงน้ำหนักจะลดได้อย่างเหมาะสมประมาณ 1 กิโลกรัมใน 1 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตามคุณสามารถกินอาหารที่มีน้ำตาลพอเหมาะได้ แต่ต้องไม่หวานมากเกินไป ลองหันมากินผลไม้แทนสิ และอย่าสวาปามอาหารที่บางยี่ห้อปลอดไขมันมากเกินไป ด้วยความชะล่าใจควรตรวจดูส่วนประกอบที่ฉลากก่อนเสมอ

เหนื่อยง่ายคืออะไร

เหนื่อยง่ายคืออะไร

เหนื่อยง่าย หมายถึง เมื่อเราทำงานแล้วเกิดมีอาการเหนื่อยเร็วกว่าปกติ คือในคนปกติขณะทำงานอย่างเดียวกันกับเรายังไม่มีอาการเหนื่อย แต่เรามีความรู้สึกเหนื่อยเกิดขึ้น การเหนื่อยง่ายนั้นมีความรุนแรงหลายระดับเช่นบางคนที่มีอาการน้อยๆ อาจจะเหนื่อยก็ต่อเมื่อต้องทำงานมาก เช่นต้องไปวิ่งแข่ง ไม่สามารถที่จะวิ่งไปถึงจุดหมายได้ จนกระทั่งถึงพวกที่มีอาการรุนแรงมากคือ ทำอะไรนิดก็เหนื่อย ต้องนั่งอยู่เฉยๆ ทำอะไรไม่ได้เลย เหนื่อยกาย หรือเหนื่อยใจ การเหนื่อยเป็นความรู้สึกของแต่ละคน ซึ่งอาจจะเป็นผลจากการที่เป็นโรคที่ทำให้เราต้องออกแรงหายใจเพิ่มขึ้น หรือเป็นจากจิตใจเช่นแม้จะอยู่เฉยๆ ก็เหนื่อยโดยไม่ได้ทำอะไรก็ได้ อากาศไหลเวียนจากที่มีความดันสูงไปหาที่มีความดันต่ำ ปกติปอดติดต่อกับอากาศภายนอกทางหลอดลม ดังนั้นขณะหยุดหายใจความดันในปอด (ถุงลม) จะเท่ากับความดันของอากาศรอบๆตัวเรา การที่อากาศจะไหลเข้ามาในปอดได้ เราต้องทำให้ความดันในปอดน้อยกว่าความดันของอากาศ ในการหายใจกล้ามเนื้อการหายใจต้องออกแรงทำให้ปอดขยายตัว ซึ่งจะทำให้ความดันในปอดลดลงน้อยกว่าความดันของอากาศ อากาศก็จะไหลเข้ามาสู่ในปอด ซึ่งก็คือการหายใจเข้า ในการหายใจเข้ากล้ามเนื้อการหายใจต้องออกแรงสู้กับความยืดหยุ่นของปอด และต้องออกแรงสู้กับความต้านทานของการไหลของอากาศในหลอดลมลงไปสู่ถุงลมในปอด ถ้าปอดมีความยืดหยุ่นน้อยลง พูดง่ายๆคือแข็งขึ้น เช่นมีเลือดคั่งในปอด เนื่องจากมีอาการโรคหัวใจล้ม หรือมีการอักเสบในเนื้อปอด ผู้ป่วยที่เป็นโรคเหล่านี้ต้องออกแรงหายใจมากกว่าปกติ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดลมตีบ เช่นโรคหอบหืด หรือโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยก็ต้องออกแรงหายใจเพิ่มขึ้นมากกว่าคนปกติเช่นกัน ผู้ป่วยบางรายอาจหายใจลำบากเนื่องจากกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจนั้นอ่อนแรงลง เช่นในกรณีที่กล้ามเนื้อมีการอักเสบ สาเหตุของการเหนื่อยง่าย เหนื่อยง่ายเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่างๆ กัน มีทั้งที่เป็นโรค และไม่ได้เป็นโรค สาเหตุเหนื่อยง่ายที่เกิดจากโรค ได้แก่
โรคหัวใจล้มวายทำให้เลือดคั่งในปอด ทำให้เราต้องออกแรงหายใจมากกว่าปกติ และนอกจากนั้นยังมีผิดปกติทางการแลกเปลี่ยนออกซิเจน ทำให้ปอดแลกเปลี่ยนออกซิเจนกับเลือดได้น้อยลง ผู้ป่วยจำเป็นต้องหายใจในปริมาตรที่มากขึ้น
โรคปอด ผู้ป่วยที่เป็นโรคปอด เช่นปอดบวม หรือผังพืดเข้าไปเกาะในปอดมาก ทำให้ปอดมีความแข็งตัวมากขึ้น ขยายตัวลำบาก หรือมีการตีบของหลอดลม เช่นโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ซึ่งอาจเป็นทั้งที่หลอดลมส่วนต้น หรือส่วนปลายก็ได้ หรือ มีการอุดตันของหลอดเลือดในปอด ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้น้อยลง
โรคประสาท และโรคของกล้ามเนื้อ ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อช่วยการหายใจอ่อนแรงลง รวมทั้งการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อทั่วไปด้วย ซึ่งผู้ป่วยจะต้องออกแรงใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อที่จะรักษาปริมาตรของลมหายใจเข้าออกให้เป็นปกติ
โรคซึ่งอาจทำให้มีผลต่อหัวใจ เช่นโรคโลหิตจางเรื้อรัง โรคคอพอกเป็นพิษ โรคตับ และไตพิการอย่างมาก ทำให้หัวใจต้องทำงานเพิ่มขึ้น รวมทั้งการหายใจต้องเพิ่มขึ้นด้วยจึงอาจทำให้ผู้ป่วยเหนื่อยง่ายกว่าธรรมดา
ผู้ป่วยหลายรายที่มีการพักผ่อนไม่พอ ไม่ได้ออกกำลัง (Physical Unfit) หรือเพิ่งฟื้นจากการเจ็บป่วยอาจมีอาการเหนื่อยง่ายได้
ผู้ป่วยอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีโรคดังที่กล่าวมาข้างต้นแต่มีอาการเหนื่อย ที่เราเรียกว่าเหนื่อยใจ ผู้ป่วยพวกนี้มักจะมีเรื่องเครียดกังวล หรือกลัว บางคราวมักจะมีอาการใจสั่น เวียนศีรษะ หรือหน้ามืดร่วมด้วย ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ทหารเป็นจำนวนมากที่มีอาการอย่างนี้ เนื่องจากมีความคิดถึงบ้านที่เราเรียกว่าเป็นNeurocirculatory Asthnia) ในปัจจุบันผู้ป่วยพวกนี้เราพบค่อนข้างเยอะ
ถ้าท่านยังไม่เคยออกกำลังกาย เริ่มแรกควรออกกำลังเบา ๆ ที่ง่ายที่สุด คือ การเดิน ให้หัวใจเต้นประมาณ 55 – 65 % ของอัตราการเต้นหัวใจขณะออกกำลังกาย ใช้เวลาน้อย ๆ ก่อน จากนั้นค่อย ๆ เพิ่มเวลาขึ้นในแต่ละสัปดาห์ โดยยังไม่เพิ่มความหนัก เมื่อร่างกายปรับตัวได้ จึงค่อยเพิ่มความหนักหรือความเหนื่อยตามที่ต้องการ
ท่านต้องหมั่นเคลื่อนไหวและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเดินเร็ว การวิ่ง การถีบจักรยาน การว่ายน้ำ แม้กระทั่งการออกแรงทำงานบ้าน งานสวน งานอาชีพ เพียงทำให้ท่านรู้สึกเหนื่อยขึ้นบ้างพอควร หายใจกระชั้นขึ้น ไม่จำเป็นต้องหนัก ถ้าออกกำลังกายเป็นเรื่องเป็นราว ก็ให้หัวใจเต้นในระดับปานกลาง ประมาณ 65 – 75 % ของอัตราการเต้นหัวใจขณะออกกำลังกาย สะสมให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที ทุกวันหรือเกือบทุกวัน อาจแบ่งเป็น 2-3 ครั้งก็ได้
ถ้าเคลื่อนไหวออกกำลังกายอยู่แล้วและต้องการมีสมรรถภาพที่ดี ก็ต้องออกกำลังกายเป็น เรื่องเป็นราวแบบแอโรบิค เช่น เดินเร็ว ๆ วิ่งเหยาะ ถีบจักรยานเร็ว ๆ กระโดดเชือก ว่ายน้ำ เล่นกีฬา เป็นต้น ระดับเหนื่อยมากหรือหอบ ให้หัวใจเต้นประมาณ 76 – 85 % หรือ 86 – 95 % ของอัตราการเต้นหัวใจขณะออกกำลังกาย อย่างน้อยวันละ 30 - 45 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ถ้าท่านอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปสำหรับผู้ชาย หรือ 55 ปีขึ้นไปสำหรับผู้หญิง หรือท่านที่มีความ เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป และต้องการออกกำลังกายแบบหนัก ๆ หรือออกกำลังกายประเภทที่ไม่เคยทำมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

ทายนิสัยจากกีฬา

ทายนิสัยจากกีฬาที่ชอบ (ลองอ่านดูอย่าซีเรียด)
ชอบเล่นฟุตบอล สำหรับคนที่ชอบเล่นฟุตบอลมากที่สุดในบรรดากีฬาทุกประเภทนั้น นิสัยจะเป็นคนที่หนักแน่น จริงจัง และรักษาคำพูด คำสัญญาของตัวเองเป็นอย่างยิ่ง เป็นคนที่สามารถเชื่อถือและไว้วางใจได้ สามารถเผชิญกับภาวะวิกฤติได้ ทั้งยังเป็นคนที่ให้ความร่วมมือ กับคนอื่นดีมาก ในด้านการทำงาน จึงเป็นคนที่มีความสามารถในการทำงาน ที่มีลักษณะเป็นกลุ่มหรือเป็นทีมและยังเป็นนักประสานงานที่ดีอีกด้วย
ชอบเล่นเทนนิส คนที่ชอบเล่นเทนนิสนี้ถ้าหากต้องคบหากับใคร ก็มักจะให้ความสำคัญกับเรื่องฐานะ ชื่อเสียงของคน ที่ตนคบมากทีเดียว โดยจะเลือกคบเฉพาะคนที่อยู่ในฐานะระดับเดียวกับตัวเองเท่านั้น และยังเป็นคน ที่อยู่ในโลกของความเป็นจริง ชอบการทำงานที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ชิงไหวชิงพริบ ใครเก่งกว่าก็ชนะไป อะไรเช่นนี้เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนสุภาพอ่อนโยน รู้จักการเข้าสังคมเป็นอย่างดี
ชอบเล่นกอล์ฟ คนที่ชอบเล่นกีฬากอล์ฟนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง ทั้งยังชอบการทำงานหรือการใช้ชีวิต ที่ท้าทายตัวเองมาก ๆ เป็นคนที่ชอบใช้ความคิดหรือตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง ละก็จะรับผิดชอบในสิ่งที่เกิด จากการตัดสินใจของตัวเองด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่รอบคอบ ทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังอย่างมีระบบ เป็นคนที่เข้ากับคนง่ายมนุษย์สัมพันธ์ดี และปรับตัวเก่ง
จักรยาน บอกได้ถึงอารมณ์ช่างฝัน โรแมนติกไม่น้อย คุณเป็นคนที่ชอบอยู่กับธรรมชาติ เป็นคนเงียบ ๆ ไม่วุ่นวายกับใครชอบความสงบและเรียบง่าย มีความเป็นส่วนตัวสูง มีแนวคิดเป็นของตัวเอง หัวโบราณเล็ก ๆ มีความเป็นเพื่อนที่จริงใจ ชอบเสียสละและดูแลปกป้องคนรอบตัวเสมอ เสียอย่างเดียวไม่ค่อยมีไหวพริบเท่าไหร่...
ปีนเขา ส่วนคุณที่ชอบกีฬาปีนเขามาก บอกนิสัยของคุณที่ชอบทำอะไรท้าทาย ตื่นเต้น จุดเด่นคือคุณเป็นคนที่ทำอะไรมักจะทำเต็มร้อยเสมอ ทุ่มเทเต็มที่ มีความมุ่งมั่นบากบั่น จิตใจเข้มแข็ง ชอบอยู่กับความจริง แต่ก็ชอบฝัน เพียงแต่ต้องเป็นฝันที่เป็นจริงได้เท่านั้น คุณมักเป็นพี่พึ่งให้คนอื่นเสมอ มีความเป็นผู้นำ อย่างคุณเหมาะจะนำคนมากกว่าตามนะ...
วิ่งแข่ง ถ้าคุณรักการวิ่งที่สุด บอกนิสัยที่กระฉับกระเฉง ไม่หยุดนิ่งของคุณ ทั้งยังชอบเรื่องสนุก ๆ ท้าทาย คุณเป็นคนกระตือรือร้น แอ็คทีฟสุดเดช เป็นคนมีชีวิตชีวา ร่าเริง มีอารมณ์ขัน มีความฝันยิ่งใหญ่ คุณเป็นคนที่วิ่งตามโลก เป็นคนของอนาคตมากกว่าอดีต ชีวิตคุณมักจะนึกถึงแต่วันพรุ่งนี้เสมอ (ถ้าจะหันกลับมาดูอดีตบ้างก็ไม่เลวนะ)
เต้นแอโรบิก ส่วนมากมักจะเป็นผู้หญิง ที่ปิ๊งกับการเล่นแอโรบิค บ่งบอกได้ว่าถึงแม้คุณจะดูเป็นคนฉาบฉวยแต่ลึก ๆ แล้วคุณเป็นคนเข้มแข็ง มีเสน่ห์ เข้ากับคนอื่นได้ดี เพียงแต่บุคลิกของคุณดูช่างแต่งตัว เพราะคุณเป็นคนรักสวยรักงาม เขาสังคมเก่ง ยามเจ็บป่วยคุณจะรีบไปหาหมอแบบไม่รอช้า จุดเด่นคือ ความใจดีของคุณนั่นแหละ.. ที่น่ารักสุด ๆ
ชอบว่ายน้ำ สำหรับคนที่ชอบว่ายน้ำนี้ นิสัยจะเป็นคนใจกล้าชอบการเผชิญหน้ากับปัญหาหรืออุปสรรค โดยไม่หวั่นเกรงสิ่งใด หรือจะเรียกว่าเป็นกัดไม่ปล่อยก็ไม่ผิด นอกจากนี้ยังเป็นคนใจร้อน มุทะลุ จนดูบ้าดีเดือดมากไปหน่อย ซึ่งบางครั้งอาจสร้างความลำบากใจให้กับคนที่ไปไหนมาไหนด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนซื่อสัตย์ รักษาคำพูด รักเดียวใจเดียว ใครดีด้วยก็ดีตอบจนน่าใจหาย แต่ถ้าใครร้ายมา ก็จะโต้ตอบกลับไปอย่างไม่เกรงใจเหมือนกัน
ชอบตกปลา สำหรับคนที่ชอบกีฬาตกปลานี้ อันดับแรกเลยก็คือการเป็นคนรักธรรมชาติ รักความสันโดษ ชอบชีวิตที่สงบๆ ที่ไม่พลุ่งพล่านวุ่นวายไปด้วยผู้คนที่ไม่มีความจริงใจ ให้กันแต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นคนที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้คนเข้ามาล่วงละเมิด ในเรื่องราวของตัวเองเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่ช่างฝันช่างคิดอยู่เสมอ โดยเฉพาะเพื่อสิ่งที่ดีในสังคม เป็นคนที่ชอบทำอะไรเพื่อคนอื่น ชอบเสียสละ และมีความรักในผู้คนทุกคน
ชอบเพาะกาย สำหรับคนที่ชอบเล่นกีฬาเพาะกายมากที่สุดนั้น อุปนิสัยมักเป็นคนที่เอาจริงเอาจังในชีวิตมาสักหน่อย ดูเหมือนจะซีเรียสไปซะทุกเรื่องราวเลยหละ และมักมีเป้าหมายในทุกเรื่องที่ลงมือกระทำเสมอ มีความพยายามมาก ถึงขนาดที่ว่ายอมเสียทุกอย่าง เพื่อให้จุดมุ่งหมายของตนเป็นจริง นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่ชอบการเป็นจุดเด่น หรือได้ความสนใจจากคนอื่นมากๆ และต้องการชีวิตที่มีความเพียงพร้อมสมบูรณ์ในทุกๆ เรื่อง
ชอบมวยปล้ำ แม้ว่ามวยปล้ำอาจจะไม่ใช่กีฬาที่ได้รับความนิยมน้อยในบ้านเรา แต่คนที่ชอบกีฬาชนิดนี้เอามากๆ และหากได้เล่นก็จะขอเล่นมวยปล้ำ นี่เป็นอันดับแรก บอกถึงนิสัยของการเป็นคนมีอารมณ์ขัน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่ง ยึดมั่นในความคิดของตนอย่างเหนียวแน่น นอกจากนี้ คนที่ชอบกีฬามวยปล้ำยังเป็นพวกอนุรักษ์นิยมอีกด้วย ประพฤติตนอยู่ในกรอบจารีตประเพณีที่ดีเสมอ ทั้งยังเชื่อมั่นในเรื่องความดีอย่างสูงส่ง
ชอบแข่งรถ สำหรับคนที่ชอบแข่งรถ ไม่ว่าจะรถมอเตอร์ไซค์ หรือรถยนต์ก็ตาม นิสัยมักเป็นคนที่ขอบความท้าทายเอามากๆ ทั้งยังกระตือรือร้นสูง มีพลังงานจะทำนั่น ทำนี่อยู่ตลอดเวลา เป็นคนที่ชอบการแข่งขัน ชอบชีวิตที่ได้รับการปลุกเร้า ตลอดเวลา มากกว่าการอยู่เฉยๆนิ่งๆ ไร้ชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีเป้าหมายในชีวิตสูง มักตั้งความหวังเอาไว้ไกลลิบ แต่ก็มีความพยายามเป็นอย่างดีเพื่อไปให้ถึงสิ่งที่ตนหวังไว้
ชอบสนุกเกอร์ สำหรับผู้ที่รักสนุกเกอร์จับจิต และสมัครเป็นสานุศิษย์ของ ต๋อง ศิษย์ฉ่อยนั้น จะมีนิสัยช่างวิเคราะห์ ใจเย็น และรอบคอบมาก มักจะเป็นคนที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่ง ยังเป็นคนที่มีความสามารถในการทำงานหลายๆ อย่างได้พร้อมกัน และจะประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยดีทีเดียว แต่บางทีอาจจะเป็นคนขี้ระแวงไปหน่อย แม้แต่เรื่องเล็กน้อย จนดูจุกจิกน่ารำคาญ และนั่นก็เพราะความเป็นคนขี้สงสัย ที่อยากรู้อยากเห็นไปซะทุกเรื่อง นั่นเอง
ชอบเบสบอล ส่วนคนที่ชอบกีฬาเบสบอลมากที่สุดนั้น จะเป็นพวกนักคิดสักหน่อยแถมยังฉลาด และเท่าทันเล่ห์เหลี่ยมคนอีกด้วย เป็นคนที่ยึดมั่นในหลักการโดยเฉพาะในสิ่งที่ตัวเองยึดถือ อยู่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงความคิดง่ายๆ แม้จะเป็นคน ที่มีความคิดทันสมัย และใจกว้างมากก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นคนที่จริงใจมาก รักใครก็จะรักตลอดไม่ลังเล ปรวนแปร ชอบทำงานที่ใช้สติปัญญา และมักคบหาคนที่มีความรู้ความสามารถเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกัน
ชอบโบว์ลิ่ง สำหรับคนที่ชอบเล่นกีฬาโบว์ลิ่งนี้ นิสัยจะออกไปทางพวกสุขนิยม คือชอบใช้ชีวิต หรือมีชีวิตอย่างมีความสุข เป็นพวกมองโลกในแง่ด ี แต่ไม่ค่อยมีความรับผิดชอบอะไรนัก หวังพึ่งพาจริงจังเห็นจะยาก แต่เล่นๆ ล่ะพอได้อยู่ นอกจากจะรักชีวิตเจ้าสำราญและสนุกสนานแล้ว ยังเป็นคนกล้าแสดงออกอีกด้วย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเรื่องรื่นเริง บันเทิงใจที่สามารถทำให้คนเฮฮาไปกับตัวเองได้นั่นแหละ เป็นคนที่เอาตัวรอดไปวันๆ มากกว่าจะคิดถึงอนาคต วันข้างหน้า ชอบชกมวย นิสัยของคนที่ชอบเล่นกีฬาคือ การชกมวยมากที่สุดนี้ จะเป็นคนที่รักความอิสระ ชอบทำงานที่ตนรับผิดชอบเพียงคนเดียว หรือในการใช้ชีวิตเมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาก็มักจะทำตัวเป็นพวกวันแมนโชว์เสมอ คือรับผิดแทนคนอื่นไปซะทุกเรื่อง นอกจากนี้ยังเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง ใจคอเข้มแข็ง กล้าหาญ กล้าลุยกับทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเอง โดยไม่เกรงกลัวสิ่งใด เป็นคนที่รักความยุติธรรมมาก
ไม่ชอบเล่นกีฬาเลย สำหรับคนที่ไม่สนใจเล่นกีฬาใดๆ เลยแม้สักอย่างหนึ่ง นิสัยของคนแบบนี้มักไม่ค่อยสนใจเรื่องราว ที่เป็นรูปธรรมนัก เช่น การแต่งตัว หน้าตา ความสวยงามอะไรพวกนี้ แต่จะให้ความสำคัญกับเรื่องที่ลึกซึ้งของชีวิต-จิตใจ และสติปัญญาของคนมากกว่าอย่างอื่น นอกจากนี้ยังเป็นคนใฝ่รู้ ชอบศึกษาเรื่องที่เกี่ยวกับปรัชญาและศาสนา


ก็ลองพิจารณาดูเองก็แล้วกันนะครับว่าตรงกับตัวคุณหรือเปล่า ตรงไม่ตรงก็อย่าคิดมากนะครับ